เรื่องเล่าของตำนานเรือยางพิศวง

เจอพิษทางการเมืองเข้าอย่างจัง “กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง” ที่ผ่าน มา ทำให้รัฐบาลเพลี่ยงพลํ้า! ชวนเซพอสมควรหลังจากนั้น…รัฐบาลอภิลิทธิ้  ก็ได้จัดทำพิธีทางพราหมณ์ทั้งที่บ้านพิษณุโลก และในทำเนียบรัฐบาล จน ทำให้ “เรื่องร้ายกลายเป็นดี” จนผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนามต่างๆ  แพยางราคา ได้อย่าง ราบรื่นการนำเรื่องราวของความศักดสิทธิวิญญาณ อาถรรพ์ ตลอด จนความเรื่อต่างๆ เหล่านี้มานำเสนอ ก็เพียงเพื่อจะให้เกิดมุมมอง อีกมุมหนี้ง ในการเจริญในภูมิธรรมทางปัญญาร่วมกัน และขอให้ เราระลึกอยู่เสมอว่า “โลกใบนี้กังมิเรื่องราวที่เราไม่รู้และไม่เข้าใจอยู่ อีกมากที่รอการพิสูจน์” รื่งแม่วิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ไม่ได้ หมายความว่า “ไม,มิจริง”มีการบอกเล่ากันว่า บริเวฌที่ตั้งของบ้านบรรทมสินรุเมื่อสมัยก่อนนั้น เดิมที เป็นทุ่งนาชานเมือง ที่ยังห่างไกลความเจริญอย่างมาก 1ย้อนตำนาน“บ้านพิษณุโลก”หากย้อนเรื่องราวไปในอดีต “บ้านพิษณุโลก” หรือ “บ้านบรรทมสินธุ” หลังนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า “เป็นบ้านพระราชทาน” โดยพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรง มีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปลูกสร้างขึ้น บนที่ดินเนื้อที่กว่า 50 ไร่พร้อมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้กับมหาเสวกเอก พลตรี พระยาอนิรุทธเทวา หรือ หม่อมหลวงฟ้น พึ่งบุญ บุตรชายคนเล็กของ พระยาประสิทธคุภการ หรือ หม่อมราชวงศ์ ละม้าย พึ่งบุญ กับ พระนมฑต หรือ คุณหญิงประสิทธ คุภการ ใช้เป็นเรือนหอบ้านหลังนี้ ถูกออกแบบ โดย “มา’รีโอ ตามานโญ” สถาปนิก’ฝึมือ เยี่ยมประจำราชสำนักสยามชาวอิตาลี โดยเน้นความเอกลักษณ์สถาปัตย กรรมตามแบบฉบับของอิตาลี การออกแบบและการก่อสร้าง เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2443-2468 และได้ตั้งซื่อบ้านหลังนี้ว่า “บ้านบรรทมสินธุ” ตาม ชื่อตรา อาถรรพ์ บ้านพิษณุโลกปารณีย์คชพร 17 ลัญลักษณ์ประจำตระกูล ซึ่งเป็น2ปปันสัมโเทธิ้  แพยางสูบลม ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรง พระราชทานให้ไว้มีการบอกเล่ากันว่าบริเวณที่ตั้งของบ้านบรรทมสินธุ้เมื่อสมัยก่อนนั้น เดิมทีเป็นทุ่งนาชานเมือง ที่ยังห่างไกลความเจริญอย่างมาก หากแต่มีความ เงียบสงบ ห่างไกลความวุ่นวายจากผู้คน ทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยว ไม่ใช่ถนน ใหญ่เหมือนปัจจุบันทำให้การสัญจรในสมัยนั้นค่อนข้างลำบาก ต้องเทียมวัว เทียมควาย หรือ ใช้ม้าเดินทางกันข้ามวันข้ามคืน นั้า ไฟฟ้า ไม่ต้องพูดถึง ที่นาแปลงงามผืนนั้นมีความอุดมสมบุรณ์นํ้าในลำธารไหลรินเอื่อยๆ เข้าถึงแปลงนา เมื่อทอดสายตามองออกไป จะเห็น ความเชียวขจีจนสุดลูก หูลูกตา เมื่อยามต้องลม รวงข้าวก็จะปลิวไสวตาม ราวกับเกลียวคลื่น ไม่ ต่างจากภาพวาดในจินตนาการ ที่มีจิตรกรแต่งแต้มไว้ ที่ดินแปลงนี้ เป็นของ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 อยู่ติดกับกรมอัศวราช เรือยางสามที่นั่ง  อันเป็นสนามม้าชานเมืองชาย พระนคร หรือ ปัจจุบัน คือ “ราชติณมัยสมาคมในพระบรมราขุปถัมภ์”ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีความเจริญ ไม่มีการคมนาคมขนล่ง การเดิน ทางต้องใช้ม้าเป็นพาหนะ การปลูกสร้างสมัยนั้นเริ่มต้นจากการขุดสระ ขนาดใหญ่ และนำเอาดินขึ้นมาถมที่สำหรับปลูกบ้าน และขนหินบางส่วน มาจากจังหวัดราชบุรี เพื่อใช้ลำหรับเป็นฐานสร้างตึกใหญ่ ขึ้นในเขต พระนครสมัยนั้น

เรือยาง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s